ร้านหนังสือออนไลน์เชื่อว่านิยายจีนมีทุกแนว

สวัสดีครับทุกท่านที่ชอบซื้อ-ขายหนังสือบนร้านหนังสือออนไลน์แรกเริ่มเดิมทีผมเองกะว่าจะจบเรื่องขจองนิยายจีนแล้วไปพุดเรื่องอื่นบ้างแต่ทว่ามีแฟนคลับหหลายคนของผมที่เพิ่งเข้ามาอ่านหลังไมค์มาถามผมว่าจริงๆ แล้วที่ประเทศจีนนั้นเขามีนิยายอื่นๆ แบบบ้านเราหรือไม่เพราเท่าที่เห็นๆ กันก็ดูเหมือนว่าจะมีแต่นิยายกำลังภายในแต่เพียงอย่างเดียวดังร้านหนังสือออนไลน์เชื่อว่านิยายจีนมีทุกแนวนั้นในบทความตอนนี้ผมจึงขอใช้พื้นที่ชี้แจงแถลงไขให้ทราบเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันครับ

หากใครก็ตามที่เคยมีโอกาสได้ซื้อหนังสือกับร้านหนังสือออนไลน์หรือว่าไปเยือนประเทศจีนและได้เข้าไปยังรค้านหนังสือของเขาล่ะก็อาจจะได้เห็นว่าประเทศของเขานั้นมีหนังสือนิยายทุกแนวเหมือนกับบ้านเราไม่ว่าจะเป็นนิยายในประเทสแบบนิยายขนาดสั่น นิยายขนาดกลาง นิยายขนาดยาว มีหมดซึ่งนิยายเหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นนิยายที่ทันสมัยและมีการนำเอาบทประพันธ์มาทำเป็นหนัง เป็นละคร ฉายในบ้านเขาเหมือนกับบ้านเราทุกประการครับ

แต่ที่ประเทศไทยปัจจุบันนี้มีร้านหนังสือออนไลน์เราเลือกที่จะเอานิยายจันกำลังภายในมาแปลขายกันนั้นก็เป็นเพราะว่านิยายกำลังภายในเป็นเหมือนอะไรที่เป็นโลโก้ของประเทศจีนที่หาในประเทศอื่นไม่ได้ ดังนั้นการนำเอานิยายประเทศนี้เข้ามาขายจึงขายดีเป็นอย่างมากแถมคนไทยเองก็ชอบเรื่องแนวนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วเพราะคนไทยชอบดูชอบอ่านเรื่องแนวปล่อยแสงอภินิหารดังนั้นการนำเข้ามาขายจึงเป็นความคิดที่ดีที่สุด

สำหรับนิยายจีนแนวอื่นนั้นไม่ใช่ว่าทางสำนักพิมพ์เขาไม่เคยเอาเข้ามาขายนะครับเขาเคยเอาเข้ามาแล้วแต่ขายไม่ดีดังนั้นเลยงดเอาเข้ามา

หนังสือมือสองจากค่ายนิยายแจ่มชื่อดัง น่าอ่านมากจริงๆ

หนังสือมือสองที่น่าอ่านมากที่สุดเล่มนึง ได้แก่นิยายมือสองจากค่ายแจ่มใสเรื่องจับใจใส่รัก ผลงานจากปลายปากกาของปัญญ์ปรียาจะพาคุณผู้อ่านนิยายแจ่มใสสัมผัสเรื่องราวความรักที่สุดแสนจะพลิกล็อกจากสายลับสาวที่ต้องการความจริงบางอย่างจากบริษัทของพระเอก แต่ทว่าความใกล้ชิดกับทำให้หัวใจของเธอแปรเปลี่ยนไปจนไม่อาจจะรู้สาเหตุได้ ติดตามลุ้นเอาใจช่วยสายลับจำเป็นได้ในนิยายแจ่มใสเรื่องจับใจใส่รัก

หนังสือมือสองจากค่ายนิยายแจ่มชื่อดัง น่าอ่านมากจริงๆ

หนังสือนิยายมือสองเรื่องจับใจใส่รักกล่าวถึงพริมาหญิงสาวอ่อนต่อโลก ไร้เดียงสา แต่ก็มีความรู้สึกปลาบปลื้มชายหนุ่มคนหนึ่งอยู่ และเมื่อชายหนุ่มผู้นั้นขอร้องให้เธอแอบเข้าไปสืบความลับจากบริษัทที่เขาเองได้รับมอบหมายภารกิจจำเป็น พริมาหรือจะนิ่งดูดายไม่ยอมช่วยเหลือผู้ชายที่เธอแอบปลื้มได้ เพราะฉะนั้นเธอจึงตัดสินใจปลอมตัวเป็นนักศึกษาฝึกงานในบริษัท และแน่นอนว่าปราการด่านแรกของการสมัครเป็นนักศึกษาฝึกงานก็คือพสุธรนั่นเอง ซึ่งความตั้งใจแรกของพสุธรนั้นเขาไม่ได้ต้องการนักศึกษาฝึกงานเลยแม้แต่น้อย แต่น่าแปลกที่เพียงเขาได้พบหญิงสาวครั้งแรก เขาก็รู้สึกได้ทันทีในใจว่าเธอมีบางสิ่งบางอย่างที่ดึงดูดจิตใจเขา แม้จะพยายามละสายตาแต่ในจิตใจกลับร่ำร้องขอเพียงได้เห็นหน้าชั่วพักชั่วครู่ก็ยังนับว่าดี นานวันเข้าความสนิทสนมกลับแปรเปลี่ยนไป พริมาเคยคิดตลอดเวลาว่าเธอรักผู้ชายที่ขอให้เธอมาสืบเรื่องราวในบริษัทนี้ แต่เมื่อพสุธรเข้ามาใกล้ชิดเธอกลับรู้สึกอ่อนไหวในหัวใจอย่างที่ไม่เคยเป็นเช่นนี้กับใครมาก่อน ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ดูเหมือนจะงอกงามขึ้น แต่เมื่อความจริงเปิดเผย หญิงสาวใสซื่ออย่างพริมาจะทำอย่างไร หากว่าชายหนุ่มที่เธอรู้ตัวแล้วว่ารักเขายิ่งกว่าใครที่เธอเคยรู้จักต้องโกรธและรังเกียจเธอ และพสุธรจะอภัยให้กับความผิดพลาดของเธอในครั้งนี้ ได้หรือไม่ ชายหนุ่มจะมองว่าเธอไร้เดียงสาหรือว่าเป็นเพราะตัวของเธอเอง ติดตามหาคำตอบได้ในนิยายแจ่มใสเรื่องจับใจใส่รัก

หนังสือนิยายเรื่องจับใจใส่รักเป็นนิยายที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบนิยายแจ่มใสเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โดดเด่นด้วยเนื้อเรื่องที่อ่านได้อย่างเพลิดเพลิน แต่แฝงข้อคิดนานัปการไว้ได้อย่างเฉียบคม ไม่ว่าจะเป็นการปิดบังความจริงที่นอกจากจะทำร้ายใจคนที่เรารักแล้วยังทำให้เสียใจในภายหลัง หากคิดจะรักใครแล้วควรเริ่มต้นด้วยการพูดความจริงจะดีที่สุด มิฉะนั้นอาจจะเสียใจเช่นพริมาที่เธอต้องชดใช้สิ่งที่เธอทำผิดกับพสุธรและแม้จะเป็นความผิดที่ไม่ตั้งใจแต่กลับทำให้เธอเกือบจะต้องสูญเสียความรักของเธอ

หนังสือนิยายทุกเรื่องล้วนมีข้อคิด

มีใครหลายคนบอกผมว่าถ้าอยากจะอ่านหนังสือนิยายดีๆ มีสาระสักเรื่องหนึ่งให้หานิยายของจีนหรือเกาหลีมาอ่านดูเพราะนิยายของประเทศเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีคติสอนใจด้วยกันแทบทั้งสิ้น แต่ในความคิดของผมแล้วผมว่านิยายของไทยนี่แหละครับที่มีคติสอนใจไม่น้อยไปกว่านิยายเหล่านั้นเลยครับ

ถ้าพี่ๆ เพื่อนๆ ไม่เชื่อผมเองอยากแนะนำให้ลองหาหนังสือนิยายที่ได้รับรางวัลซีไรท์ในบ้านเรามาอ่านดู จะเป็นเรื่องใดปีใดก็ได้และก็ไม่จำเป็นต้องเป็นหนังสือนิยายที่ชนะเลิศเสมอไปครับเอาแค่หนังสือนิยายที่เข้ารอบสุดท้ายก็พอซึ่งถ้าหากได้อ่านแล้วรับรองได้เลยครับว่าจะมีความคิดเช่นเดียวกับผมอย่างแย้งไม่ออก

จริงๆแล้วผมมองว่าหนังสือนิยายไม่ว่าชาติไหน ประเทศไหนก็ตาม ล้วนแล้วแต่มีข้อคิดหรือคติสอนใจด้วยกันแทบทั้งสิ้นครับหากแต่เพียงว่าผู้เขียนหรือผู้ประพันธ์นั้นเขาจะซ่อนแนวคิดที่ว่านี้ไว้ตรงส่วนใดส่วนหนึ่งของเนื้อหาในนิยายต่างหากบางครั้งเราเองอ่านครั้งแรกอาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรมากไปกว่าความสนุกแต่เมื่อได้ลองอ่านอีกครั้งอย่างพินิจพิจารณาจะพบว่ามันมีอะไรซ่อนอยู่จริงๆ

ดังนั้นในการอ่านหนังสือนิยายเรื่องใดก็ตามผมเองอยากให้ทุกท่านอ่านด้วยความตั้งใจตั้งแต่ต้นจนจบโดยพิเคราะห์พิจารณามากกว่าการอ่านเอามันหรืออ่านเอาสนุกแต่เพียงอย่างเดียวเพราะทุกครั้งที่เราอ่านนิยายอย่างตั้งใจและมีสติเราจะได้เห็นบรรดาข้อคิดต่างๆ ที่มีอยู่ในเรื่องค่อยๆ โผล่ออกมาให้เราได้รับรู้และอาจจะเป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตประจำวันในสังคมของเรา

ชีวิต คือนิยายที่ดีที่สุด

ถ้าจะให้ผมเปรียบชีวิตของคนเราแล้วล่ะก็ผมเองอาจจะเปรียบชีวิตได้กับหนังสือนิยายเล่มหนึ่ง แต่หนังสือนิยายเล่มนี้ออกจะแปลกว่านิยายที่เคยอ่านทั่วไปเพราะมันยังไม่มีจุดจบหรือจุดอวสานของเรื่องจนกว่าเราจะสิ้นชีพจบชีวิตลงนั่นแหละจึงถือเป็นการปิดฉากนิยายเล่มนั้นๆ ลง

ความแปลกประหลาดอีกประการหนึ่งของหนังสือนิยายเล่มนี้ก็คือผู้อ่านนั้นเป็นผู้เขียนเรื่องราวต่างๆ ขึ้นมาด้วยประสบการณ์ของตนเองจะไปดีก็ด้วยตนเองจะไปในทางที่เสื่อมเสียก็ด้วยตนเองไม่มีใครมาลิขิตบังคับชีวิตได้แถมผู้เขียนที่เป็นผู้อ่านเองนั้นก็ยังไม่สามารถกำหนดผลของทางที่เลือกได้ว่าจะออกมาในรูปใดหรือเป็นไปในทางใดเรียกได้ว่ากำหนดทางเดินได้แต่ไม่สามารถกำหนดผลของการเดินได้นั่นเองครับ

และที่แปลกประหลาดอีกอย่างหนึ่งก็คือนิยายทุกเล่มของทุกคนล้วนแล้วแต่มีเรื่องราวที่ไม่เหมือนกันเลยแม้แต่คนเดียวแม้ว่าจะเป็นพี่น้องคลานตามกันมาก็ตามทีแต่เรื่องราวของมันก็ยังไม่เหมือนกันนี่แหละครับความอัศจรรย์ของหนังสือนิยายเล่มที่ว่านี้

เมื่อผมเปรียบเปรยเช่นนี้แล้วเชื่อว่าหลายคนคงจะรู้สึกสนุกสนานกับการใช้ชีวิตมากขึ้นเพราะรู้ว่าชีวิตนั้นมีเสน่ห์และมีเรื่องราวมากมายให้ได้ค้นหาทั้งชีวิตของตัวเราเองและชีวิตของคนรอบข้างซึ่งบทเรียนต่างๆ ที่ได้จากการเรียนรู้ชีวิตเหล่านี้ก็เป็นประสบการณ์และบทเรียนสอนใจเราได้เป็นอย่างดีดังนั้นอาจจะกล่าวได้ว่านิยายที่ดีที่สุดในโลกนี้ก็คือนิยายชีวิตนั่นเองครับ

ชื่นชีวานาวี

หากจะพูดถึงนิยายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเรื่องหนึ่งของกาญจนา นาคนันท์แล้วละก็ผมเองเชื่อว่าไม่น่าจะมีนิยายเรื่องใดที่โด่งดังเท่ากับเรื่องชื่นชีวานาวีอีกแล้วครับเพราะเนื่องจากว่านิยายเรื่องนี้ได้รับความนิยมกันอย่างล้นหลามจนถึงขนาดที่ว่าทำให้บรรดานกอ่านสาวใฝ่ฝันอยากหาแฟนเป็นทหารเรือกันเลยทีเดียวเชียวครับ

เรื่องราวของนิยายชื่นชีวานาวีนั้นเกิดขึ้นจากการคลุมถุงชนแบบไม่ให้เห็นหน้ากันของทั้งครอบครัวของผู้การนาวินและพีชานิกาลูกสาวผู้บัญชาการกองทัพเรือซึ่งทั้งคู่นั้นก็ไม่ได้ทราบเรื่องนี้มาก่อน

เมื่อพีชานิกาและผู้การนาวินทราบว่าตนเองจะต้องแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาและพูดคุยกันมาก่อนทั้งเขาและเธอจึงปฏิเสธการจัดการของผู้ใหญ่ในครั้งนี้ด้วยการที่ต่างคนต่างหนีมาจากงานหมั้นท่ามกลางความโกลาหลของแขกที่มาร่วมงาน

แต่โบราณว่าเอาไว้ว่าคู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกันเพราะในขณะที่พิชานิกาออกมาจากงานนั้นเธอเองก็โดนบรรดาเด็กแวนซ์ในแถบนั้นกำลังลวนลามและทำมิดีมิร้ายเธอซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ผู้การนาวีผ่านมาเห็นพอดีจึงได้เขาไปช่วยเหลือเอาไว้ได้ทันและเมื่อทั้งคู่ได้เห็นหน้ากันก็รู้ชอบพอกันโดยทันทีโดยหารู้ไมว่าอีกฝ่ายที่กำลังยืนอยู่ข้างหน้าของเขาและเธอนั้นก็คือคู่หมั้นของกันและกันที่บรรดาผู้ใหญ่ได้จัดวางไว้ให้มีการคลุมถุงชนนั่นเองและจึงเป็นสาเหตุให้เกิดเรื่องราวสนุกสนานมากมายตามมา

โฮล์ม และ ปัวโร

มีหลายคนถามผมว่าเหตุใดนิยายเชอร์ล็อค โฮล์มส์ของเซอร์อาเอร์ โคนัน ดอยล์จึงดังกว่านิยายนักสืบปัวโรของอกาธา คริสตี้ ซึ่งเรื่องนี้ผมตอบได้ทันทีเลยครับว่าไม่รู้

ที่ผมตอบแบนี้ไม่ได้ตอบแบบกวนๆ หรืออะไรหรอกนะครับเพราผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่อ่านทั้งนิยายเชอร์ล็อค โฮล์มส์และนิยายนักสืบปัวโรทุกเล่มแถมบางเล่มยังมีการหยิบมาอ่านซ้ำถึงหลายรอบด้วยกันแต่ผมเองก็ยังไม่เห็นว่ามีจุดไหนที่พอจะทำให้เชอร์ล็อค โฮล์มส์ดังกว่านักสืบปัวโรไปได้เลยเพราะเนื้อหาของทั้งคู่นั้นก็คือนิยายแนวนักสืบแถมเรื่องบางเรื่องยังคล้ายๆกันอีกด้วย

แต่ถ้าจะให้ผมเดาแล้วล่ะก็ผมเองคิดว่าน่าจะเป็นเพราะการที่เซอร์อาร์เธอร์ โคนัน ดอยล์ ผู้แต่งเชอร์ล็อค โฮล์มส์ นั้นมีอาชีพเป็นหมอที่เป็นอาชีพหลักดังนั้นสิ่งที่เขาเขียนขึ้นจึงน่าจะมาจากประสบการณ์ในการได้พบเห็นศพจริงๆ จึงทำให้เขาสามารถบรรยายเรื่องราวของเหตุการณ์รวมไปถึงลักษณะของศพได้ละเอียดจนทำให้คนอ่านเห็นภาพและติดกันอย่างงอมแงมในขณะที่เรื่องนักสืบปัวโรนั้นเป็นการเขียนจากจินตนาการล้วนๆ จึงทำให้เรื่องบางเรื่องออกมาดูเหลือเชื่อและมีน้ำหนักน้อยกว่าเรื่องเชอร์ล็อค โฮล์มส์

แต่อย่างไรก็ตามนิยายทั้งสองเรื่องนี้ไม่ว่าเรื่องใดจะดังก็ตามทีแต่อย่างน้อยนิยายทั้งคู่ก็ทำให้เราได้รู้ว่ามนุษย์นั้นฆ่ากันเพราะความโลภ ความอิจฉาริษยาและความแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เสียแล้วในสังคมสมัยนี้