นิยายทุกเรื่องล้วนมีข้อคิด

มีใครหลายคนบอกผมว่าถ้าอยากจะอ่านนิยายดีๆ มีสาระสักเรื่องหนึ่งให้หานิยายของจีนหรือเกาหลีมาอ่านดูเพราะนิยายของประเทศเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีคติสอนใจด้วยกันแทบทั้งสิ้น แต่ในความคิดของผมแล้วผมว่านิยายของไทยนี่แหละครับที่มีคติสอนใจไม่น้อยไปกว่านิยายเหล่านั้นเลยครับ ถ้าพี่ๆ เพื่อนๆ ไม่เชื่อผมเองอยากแนะนำให้ลองหาหนังสือนิยายที่ได้รับรางวัลซีไรท์ในบ้านเรามาอ่านดู จะเป็นเรื่องใดปีใดก็ได้และก็ไม่จำเป็นต้องเป็นหนังสือนิยายที่ชนะเลิศเสมอไปครับเอาแค่หนังสือนิยายที่เข้ารอบสุดท้ายก็พอซึ่งถ้าหากได้อ่านแล้วรับรองได้เลยครับว่าจะมีความคิดเช่นเดียวกับผมอย่างแย้งไม่ออก จริงๆแล้วผมมองว่านิยายไม่ว่าชาติไหน ประเทศไหนก็ตาม ล้วนแล้วแต่มีข้อคิดหรือคติสอนใจด้วยกันแทบทั้งสิ้นครับหากแต่เพียงว่าผู้เขียนหรือผู้ประพันธ์นั้นเขาจะซ่อนแนวคิดที่ว่านี้ไว้ตรงส่วนใดส่วนหนึ่งของเนื้อหาในนิยายต่างหากบางครั้งเราเองอ่านครั้งแรกอาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรมากไปกว่าความสนุกแต่เมื่อได้ลองอ่านอีกครั้งอย่างพินิจพิจารณาจะพบว่ามันมีอะไรซ่อนอยู่จริงๆ ดังนั้นในการอ่านนิยายเรื่องใดก็ตามผมเองอยากให้ทุกท่านอ่านด้วยความตั้งใจตั้งแต่ต้นจนจบโดยพิเคราะห์พิจารณามากกว่าการอ่านเอามันหรืออ่านเอาสนุกแต่เพียงอย่างเดียวเพราะทุกครั้งที่เราอ่านนิยายอย่างตั้งใจและมีสติเราจะได้เห็นบรรดาข้อคิดต่างๆ ที่มีอยู่ในเรื่องค่อยๆ โผล่ออกมาให้เราได้รับรู้และอาจจะเป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตประจำวันในสังคมของเรา

Continue reading →

ชีวิต คือนิยายที่ดีที่สุด

ถ้าจะให้ผมเปรียบชีวิตของคนเราแล้วล่ะก็ผมเองอาจจะเปรียบชีวิตได้กับหนังสือนิยายเล่มหนึ่ง แต่หนังสือนิยายเล่มนี้ออกจะแปลกว่านิยายที่เคยอ่านทั่วไปเพราะมันยังไม่มีจุดจบหรือจุดอวสานของเรื่องจนกว่าเราจะสิ้นชีพจบชีวิตลงนั่นแหละจึงถือเป็นการปิดฉากนิยายเล่มนั้นๆ ลง ความแปลกประหลาดอีกประการหนึ่งของหนังสือนิยายเล่มนี้ก็คือผู้อ่านนั้นเป็นผู้เขียนเรื่องราวต่างๆ ขึ้นมาด้วยประสบการณ์ของตนเองจะไปดีก็ด้วยตนเองจะไปในทางที่เสื่อมเสียก็ด้วยตนเองไม่มีใครมาลิขิตบังคับชีวิตได้แถมผู้เขียนที่เป็นผู้อ่านเองนั้นก็ยังไม่สามารถกำหนดผลของทางที่เลือกได้ว่าจะออกมาในรูปใดหรือเป็นไปในทางใดเรียกได้ว่ากำหนดทางเดินได้แต่ไม่สามารถกำหนดผลของการเดินได้นั่นเองครับ และที่แปลกประหลาดอีกอย่างหนึ่งก็คือนิยายทุกเล่มของทุกคนล้วนแล้วแต่มีเรื่องราวที่ไม่เหมือนกันเลยแม้แต่คนเดียวแม้ว่าจะเป็นพี่น้องคลานตามกันมาก็ตามทีแต่เรื่องราวของมันก็ยังไม่เหมือนกันนี่แหละครับความอัศจรรย์ของหนังสือนิยายเล่มที่ว่านี้ เมื่อผมเปรียบเปรยเช่นนี้แล้วเชื่อว่าหลายคนคงจะรู้สึกสนุกสนานกับการใช้ชีวิตมากขึ้นเพราะรู้ว่าชีวิตนั้นมีเสน่ห์และมีเรื่องราวมากมายให้ได้ค้นหาทั้งชีวิตของตัวเราเองและชีวิตของคนรอบข้างซึ่งบทเรียนต่างๆ ที่ได้จากการเรียนรู้ชีวิตเหล่านี้ก็เป็นประสบการณ์และบทเรียนสอนใจเราได้เป็นอย่างดีดังนั้นอาจจะกล่าวได้ว่านิยายที่ดีที่สุดในโลกนี้ก็คือนิยายชีวิตนั่นเองครับ

Continue reading →

ชื่นชีวานาวี

หากจะพูดถึงนิยายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเรื่องหนึ่งของกาญจนา นาคนันท์แล้วละก็ผมเองเชื่อว่าไม่น่าจะมีนิยายเรื่องใดที่โด่งดังเท่ากับเรื่องชื่นชีวานาวีอีกแล้วครับเพราะเนื่องจากว่านิยายเรื่องนี้ได้รับความนิยมกันอย่างล้นหลามจนถึงขนาดที่ว่าทำให้บรรดานกอ่านสาวใฝ่ฝันอยากหาแฟนเป็นทหารเรือกันเลยทีเดียวเชียวครับ เรื่องราวของนิยายชื่นชีวานาวีนั้นเกิดขึ้นจากการคลุมถุงชนแบบไม่ให้เห็นหน้ากันของทั้งครอบครัวของผู้การนาวินและพีชานิกาลูกสาวผู้บัญชาการกองทัพเรือซึ่งทั้งคู่นั้นก็ไม่ได้ทราบเรื่องนี้มาก่อน เมื่อพีชานิกาและผู้การนาวินทราบว่าตนเองจะต้องแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาและพูดคุยกันมาก่อนทั้งเขาและเธอจึงปฏิเสธการจัดการของผู้ใหญ่ในครั้งนี้ด้วยการที่ต่างคนต่างหนีมาจากงานหมั้นท่ามกลางความโกลาหลของแขกที่มาร่วมงาน แต่โบราณว่าเอาไว้ว่าคู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกันเพราะในขณะที่พิชานิกาออกมาจากงานนั้นเธอเองก็โดนบรรดาเด็กแวนซ์ในแถบนั้นกำลังลวนลามและทำมิดีมิร้ายเธอซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ผู้การนาวีผ่านมาเห็นพอดีจึงได้เขาไปช่วยเหลือเอาไว้ได้ทันและเมื่อทั้งคู่ได้เห็นหน้ากันก็รู้ชอบพอกันโดยทันทีโดยหารู้ไมว่าอีกฝ่ายที่กำลังยืนอยู่ข้างหน้าของเขาและเธอนั้นก็คือคู่หมั้นของกันและกันที่บรรดาผู้ใหญ่ได้จัดวางไว้ให้มีการคลุมถุงชนนั่นเองและจึงเป็นสาเหตุให้เกิดเรื่องราวสนุกสนานมากมายตามมา

Continue reading →

โฮล์ม และ ปัวโร

มีหลายคนถามผมว่าเหตุใดนิยายเชอร์ล็อค โฮล์มส์ของเซอร์อาเอร์ โคนัน ดอยล์จึงดังกว่านิยายนักสืบปัวโรของอกาธา คริสตี้ ซึ่งเรื่องนี้ผมตอบได้ทันทีเลยครับว่าไม่รู้ ที่ผมตอบแบนี้ไม่ได้ตอบแบบกวนๆ หรืออะไรหรอกนะครับเพราผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่อ่านทั้งนิยายเชอร์ล็อค โฮล์มส์และนิยายนักสืบปัวโรทุกเล่มแถมบางเล่มยังมีการหยิบมาอ่านซ้ำถึงหลายรอบด้วยกันแต่ผมเองก็ยังไม่เห็นว่ามีจุดไหนที่พอจะทำให้เชอร์ล็อค โฮล์มส์ดังกว่านักสืบปัวโรไปได้เลยเพราะเนื้อหาของทั้งคู่นั้นก็คือนิยายแนวนักสืบแถมเรื่องบางเรื่องยังคล้ายๆกันอีกด้วย แต่ถ้าจะให้ผมเดาแล้วล่ะก็ผมเองคิดว่าน่าจะเป็นเพราะการที่เซอร์อาร์เธอร์ โคนัน ดอยล์ ผู้แต่งเชอร์ล็อค โฮล์มส์ นั้นมีอาชีพเป็นหมอที่เป็นอาชีพหลักดังนั้นสิ่งที่เขาเขียนขึ้นจึงน่าจะมาจากประสบการณ์ในการได้พบเห็นศพจริงๆ จึงทำให้เขาสามารถบรรยายเรื่องราวของเหตุการณ์รวมไปถึงลักษณะของศพได้ละเอียดจนทำให้คนอ่านเห็นภาพและติดกันอย่างงอมแงมในขณะที่เรื่องนักสืบปัวโรนั้นเป็นการเขียนจากจินตนาการล้วนๆ จึงทำให้เรื่องบางเรื่องออกมาดูเหลือเชื่อและมีน้ำหนักน้อยกว่าเรื่องเชอร์ล็อค โฮล์มส์ แต่อย่างไรก็ตามนิยายทั้งสองเรื่องนี้ไม่ว่าเรื่องใดจะดังก็ตามทีแต่อย่างน้อยนิยายทั้งคู่ก็ทำให้เราได้รู้ว่ามนุษย์นั้นฆ่ากันเพราะความโลภ ความอิจฉาริษยาและความแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เสียแล้วในสังคมสมัยนี้  

Continue reading →